เทศกาลงานประเพณี

 
   
   
   
  เทศกาลประเพณีของตำบลผักขวง  
  เทศกาลลอยกระทง     
 
วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา มักจะตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
 
 
 
     
 
     
 
     
  เทศกาลสงกรานต์  
              สงกรานต์ คือ ประเพณีของประเทศไทย ลาว กัมพูชา พม่า ชนกลุ่มน้อยชาวไตแถบเวียดนาม และมนฑลยูนานของจีน รวมถึงศรีลังกา และประเทศทางตะวันออกของประเทศอินเดีย สันนิษฐานกันว่า ประเพณีสงกรานต์นั้นได้รับวัฒนธรรมมาจากเทศกาลโฮลีในอินเดีย แต่เทศกาลโฮลีจะใช้การสาดสีแทน โดยจะจัดให้มีขึ้นในทุกวันแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ซึ่งก็คือเดือนมีนาคม
สงกรานต์ เป็นคำในภาษา สันสกฤต ที่หมายถึง การเคลื่อนย้าย โดยเป็นการอุปมาถึงการเคลื่อนย้ายการประทับในจักรราศี หรือการเคลื่อนเข้าสู่ปีใหม่ตามความเชื่อของไทยและบางประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเพณีสงกรานต์นั้นมีสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณคู่กับตรุษ จึงมักเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึง การส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เดิมทีวันที่จัดสงกรานต์นี้นั้นจะมีการคำนวณทางดาราศาสตร์ แต่ในปัจจุบันได้มีการกำหนดวันที่แน่นอน คือ ตั้งแต่ 13 – 15 เมษายน แต่เดิม วันขึ้นปีใหม่ไทย คือ วันเริ่มปีปฏิทินของไทยจนถึง พ.ศ. 2431 และได้มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่จนถึง พ.ศ. 2483
 
 
 
     
 
     
 
     
 
 
     
  ประเพณีตักบาตรเทโว  
               ตักบาตรเทโว หมายถึง การทำบุญตักบาตร ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ เนื่องในโอกาสที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลก คำว่า เทโว เรียกกร่อนมาจากคำว่า เทโวโรหนะ (เทว+โอโรหน) ซึ่งแปลว่า การเสด็จลงจากเทวโลก ความเดิมมีว่า ในพรรษาที่ ๗ นับแต่วันตรัสรู้ พระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อเทศน์โปรดพระพุทธมารดา ที่ได้กำเนิดเป็นเทพบุตรอยู่ในชั้นดุสิต จนบรรลุโสดาปัตติผล ครั้นออกพรรษาในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ แล้ว จึงเสด็จลงจากเทวโลกที่เมืองสังกัสสนคร ในกาลที่เสด็จลงจากเทวโลก ได้มีเนินเป็นอันเดียวกันจนถึงพรหมโลก เมื่อทรงแลดูข้างล่าง สถานที่นั้นก็มีเนินอันเดียวกันจนถึงอเวจีมหานรก ทรงแลดูทิศใหญ่และทิศเฉียง จักรวาลหลายแสนก็มีเนินเป็นอันเดียวกัน เทวดาก็เห็นพวกมนุษย์ แม้พวกมนุษย์ก็เห็นเทวดา สัตว์นรกก็เห็นมนุษย์และเทวดา ต่างก็เห็นกันเฉพาะหน้าทีเดียว ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเปล่งฉัพพรรณรังษี ขณะที่พระองค์เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
รุ่งขึ้นวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ชาวเมืองจึงพากันทำบุญตักบาตรเป็นการใหญ่ เพราะไม่ได้เห็นพระพุทธเจ้ามาถึง ๓ เดือน การทำบุญตักบาตรในวันนั้นจึงได้ชื่อว่า ตักบาตรเทโวโรหนะ ต่อมามีการเรียกกร่อนไปเหลือเพียง ตักบาตรเทโว เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น จึงนิยมตักบาตรเทโวกันจนเป็นประเพณีสืบมาตราบเท่าทุกวันนี้
ความเชื่อ
ตักบาตรเทโวโรหณะ หมายถึง วันทำบุญตักบาตรในเทศกาลวันออกพรรษา ตามความเชื่อของพุทธศาสนิกชนว่าเป็นวันที่เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังจากเทศนาอภิธรรมปิฎกโปรดพุทธมารดา
ความสำคัญและคุณค่าทางสังคมและทางจิตใจที่มีในวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชน นั้นๆ
งานตักบาตรเทโวเป็นงานที่ช่วยสร้างความสมัครสมานสามัคคีให้แก่ชาวบ้านอย่างมากเป็นเครื่องควบคุมสังคมให้ละ ลด เลิกอบายมุข หันหน้าเข้าวัดเพื่อทำบุญ จึงมีส่วนช่วยให้สังคมเกิดสันติสุขเป็นอย่างดี
 
 
 
     
 
     
 
     
 
     
 
  ประเพณีแห่ต้นผึ้ง   (ประเพณีโบราณสืบทอดหลายร้อยปี แห่ช้างเผือกดอกฝ้าย ต้นผึ้ง ต้นทาน)  
                     ประเพณีแห่ช้างเผือก ต้นผึ้ง ต้นทาน ของบ้านน้ำหมีใหญ่ มีมาหลายช่วงอายุคนแล้ว ในช่วงสงกรานต์ลูกหลานเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก จะพร้อมใจกันช่วยจัดเตรียมเสาะหาวัสดุและร่วมแรงร่วมใจกันประดิษฐ์ ช้างเผือก ตามความเชื่อเป็นสัตว์ใหญ่หายาก ด้วยการนำไม้ไผ่สานตัวช้างใช้ดอกฝ้ายที่ปลูกทำเป็นผิวหนัง และเพื่อให้ช้างมีชีวิต ใช้เชือกผูกใบหู ให้ชาวบ้านดึงตลอดทางแต่ขบวน ส่วนต้นผึ้ง ชาวบ้านทุกครอบครัวนำแผ่นขี้ผึ้งสีขาวบรรจงประดิษฐ์เป็นดอกไม้ นับ 1,000 ดอก สร้างเป็นต้นผึ้งที่สวยงาม และต้นทาน เป็นพุ่มดอกไม้สีสันสดใสมีในหมู่บ้าน ทั้งดอกคูณ ตะแบก ดอกเข้ม และไม้มงคลประดับตกแต่งหลังสิ้นสุดสงกรานต์ และเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก ทำมาหากิน ชาวบ้านจำร่วมแห่ สมัยโบราณแต่ละขบวนชาวบ้านใช้คานหาบ ทั้งช้างเผือก ต้นผึ่ง ต้นทาน ออกจากหมู่บ้านเช้ามืดกลับก็มืดค่ำ ปัจจุบันใช้รถไทยแลนด์ หรือรถใช้งานการเกษตรกร แห่ไปทุกหมู่บ้านทุกตำบลของ อ.ทองแสนขัน เป็นการขอขมาต่อธรรมชาติ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ บรรพบุรุษที่ล่วงลับที่ได้ล่วงเกิน ขอให้คุ้มครองดูแลลูกหลานให้อยู่เย็นไปสุข น้ำท่าบริบูรณ์ ทำมาหากิน เมื่อสิ้นสุดการแห่ ชาวบ้านก็จะน้ำช้างเผือก ต้นผึ้ง ต้นทาน และปัจจัยสิ่งของที่ชาวบ้านถวายตลอดเส้นทางถวายพระสงฆ์ ที่วัดในหมู่บ้านเพื่อให้เป็นสิริมงคลด้วย ประเพณีดังกล่าวเป็นหนึ่งเดียวของ จ.อุตรดิตถ์ที่ยังอนุรักษ์สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน